|
|
หัวข้อกระทู้ :ต้องทำอย่างไรหากสัมผัสกับค้างคาว
ต้องทำอย่างไรหากสัมผัสกับค้างคาว
ใจความสำคัญ
อันตรายหลักคือพิษสุนัขบ้า: ค้างคาวเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์ เนื่องจากรอยเขี้ยวหรือรอยข่วนของค้างคาวมักมีขนาดเล็กมากจนสังเกตไม่เห็น
การประเมินความเสี่ยง:
เสี่ยงสูง: ตื่นมาพบค้างคาวในห้องนอน, ค้างคาวบินมาชน (แสดงว่าสัตว์อาจมีอาการป่วย), หรือพบค้างคาวใกล้เด็กที่ไม่มีผู้ดูแล
เสี่ยงต่ำ: เห็นค้างคาวกลางแจ้ง, ค้างคาวบินออกจากโรงรถโดยไม่ได้สัมผัสตัว หรือสัมผัสเพียงขน (หากมั่นใจว่าไม่มีรอยกัดหรือข่วน)
สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อสัมผัส: ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีเป็นเวลาหลายนาที สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
จับค้างคาวส่งตรวจ (หากทำได้อย่างปลอดภัย): สวมถุงมือหนา ใช้กล่องครอบ แล้วติดต่อหน่วยงานควบคุมสัตว์เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ หากผลเป็นลบจะช่วยให้ไม่ต้องฉีดยาป้องกัน
ไปพบแพทย์ทันที: ควรไปห้องฉุกเฉิน (ER) เพื่อรับวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลิน (Rabies Immunoglobulin) ซึ่งการฉีดวัคซีนปัจจุบันฉีดที่แขนเหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่ได้ฉีดที่หน้าท้องเหมือนในอดีต
ภาพค้างคาวบินอยู่บนท้องฟ้าอาจดูไม่อันตราย แต่การเผชิญหน้าในระยะประชิดกลับเป็นคนละเรื่อง เหมือนกับกรณีของแพทย์หญิงด้านระบบทางเดินอาหารในรัฐเวอร์จิเนีย ที่เพิ่งกลายเป็นกระแสไวรัลหลังจากโพสต์วิดีโอบน Instagram ว่าเธอตื่นมาพบค้างคาวกำลังพยายามมุดเข้ามาในปากของเธอ
เธอเล่าในวิดีโอว่า เธอฝันว่ามีหนูพยายามจะมุดเข้าปาก แต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่ามันคือค้างคาวจริงๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเด็กชายวัย 11 ปีในแคนาดาเสียชีวิตจากการตื่นมาพบค้างคาวบนใบหน้า ในตอนแรกครอบครัวไม่ได้พาไปพบแพทย์เนื่องจากไม่พบรอยกัดที่มองเห็นได้ แต่ 19 วันต่อมาเด็กเริ่มแสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้า และเสียชีวิตหลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาลได้สองสัปดาห์
หากคุณสัมผัสหรือโดนตัวค้างคาว การได้รับการประเมินและรักษาทางแพทย์อย่างถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
การสัมผัสค้างคาวทำให้ล้มป่วยได้หรือไม่?
โรคพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นโรคไวรัสที่ร้ายแรง ถือเป็นความเสี่ยงทางสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดจากการเผชิญหน้ากับค้างคาว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบินได้เหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของเคสโรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์ที่สหรัฐอเมริกา ในบรรดาชาวอเมริกัน 60,000คนที่ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในแต่ละปี มีถึงสองในสามที่ต้องฉีดเนื่องจากการสัมผัสค้างคาว และในบรรดาผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า อย่างน้อย 7 ใน 10 รายมีสาเหตุมาจากค้างคาว
อย่างไรก็ตาม รูปแบบของการสัมผัสค้างคาวมีความสำคัญ การสัมผัสเพียงขนของค้างคาว หรือการสัมผัสเลือด ปัสสาวะ หรืออุจจาระของค้างคาว โดยตัวมันเองยังไม่ถือเป็นการสัมผัสเชื้อพิษสุนัขบ้าและไม่จำเป็นต้องรับการรักษา
แต่สถานการณ์จะแตกต่างและอันตรายกว่ามาก หากน้ำลายของค้างคาวเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรอยกัด รอยข่วน หรือสัมผัสกับตา จมูก หรือปาก
ปัญหาคือการระบุว่าค้างคาวกัดหรือข่วนเราหรือไม่นั้นทำได้ยาก เนื่องจากรอยกัดและรอยข่วนของค้างคาวมักมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองถูกกัดหรือข่วน ด้วยเหตุนี้ การสัมผัสทางกายภาพโดยตรงกับค้างคาวจึงควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์เสมอ และไม่ควรมองข้าม
โรคพิษสุนัขบ้ามักรุนแรงถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีหลังการสัมผัสเชื้อ แต่ไวรัสชนิดนี้ไม่สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้
วิธีดูว่าการสัมผัสค้างคาวมีความเสี่ยงสูงหรือเสี่ยงต่ำ
โดยทั่วไปแพทย์จะแบ่งระดับการสัมผัสค้างคาวออกเป็นความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงต่ำ:
การสัมผัสค้างคาวที่มีความเสี่ยงสูง
การสัมผัสที่เสี่ยงสูงที่พบได้บ่อย คือการตื่นมาพบค้างคาวบินอยู่รอบห้องนอน หรือการที่ค้างคาวบินมาชนตัวคุณ ในสถานการณ์นี้ คุณไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ค้างคาวอาจสัมผัส ข่วน หรือกัดคุณออกไปได้
การที่ค้างคาวบินมาชนยังเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะแสดงว่าอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับสัตว์ตัวนั้น ค้างคาวมีระบบการนำทางด้วยคลื่นเสียง (Echolocation) ที่ยอดเยี่ยมและบินได้คล่องแคล่วมาก ไม่ได้ซุ่มซ่ามเมื่อมีสุขภาพดี ค้างคาวปกติจะไม่บินชนมนุษย์ แม้จะอยู่ภายในบ้านก็ตาม
นอกจากนี้ การพบค้างคาวใกล้กับเด็กเล็กที่ไม่มีผู้ดูแล โดยที่ไม่สามารถนำค้างคาวไปตรวจหาเชื้อได้ ก็ถือเป็นการสัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน สำหรับสัตว์เลี้ยง การพบค้างคาวใกล้สัตว์เลี้ยงไม่ได้จัดเป็นการสัมผัสของมนุษย์โดยตรง แต่จัดเป็นความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยง ซึ่งควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด
การสัมผัสค้างคาวที่มีความเสี่ยงต่ำ
หากคุณเห็นค้างคาวอยู่กลางแจ้ง ถือเป็นการเผชิญหน้าที่มีความเสี่ยงต่ำและไม่จำเป็นต้องรับการรักษา หรือหากมีค้างคาวอยู่ในโรงรถ แล้วคุณเปิดประตูให้มันบินออกไป นั่นก็จัดเป็นความเสี่ยงต่ำ
การสัมผัสขนค้างคาวก็ถือเป็นความเสี่ยงต่ำเช่นกัน ตราบใดที่ยืนยันได้ว่าไม่มีรอยกัดหรือรอยข่วน แต่นิยามสำคัญคือไม่ควรจับค้างคาวด้วยมือเปล่าโดยเด็ดขาด
สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังจากสัมผัสค้างคาว
หากค้างคาวสัมผัสถูกตัว (แม้ว่าจะมองไม่เห็นบาดแผล) กัด หรือพยายามเข้าปาก ถือเป็นความเสี่ยงสูง
ให้รีบล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำและสบู่ทันทีเป็นเวลาหลายนาที การล้างแผลทันทีเพียงอย่างเดียวก็ช่วยลดความเสี่ยงของโรคพิษสุนัขบ้าลงได้อย่างมาก
พิจารณาจับค้างคาวเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้า
หากคุณอยู่ในอาคารและสามารถจับค้างคาวที่สัมผัสตัวคุณได้อย่างปลอดภัย แพทย์แนะนำให้พยายามจับไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนำไปตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้า
หากจับค้างคาวได้อย่างปลอดภัยและผลตรวจเป็นลบ คุณก็ไม่จำเป็นต้องรับการรักษาหลังการสัมผัสเชื้อ หรือสามารถหยุดการรักษาได้หากเริ่มไปแล้ว
ขั้นตอนความปลอดภัยในการจับค้างคาว:
สวมถุงมือหนา: ห้ามสัมผัสค้างคาวด้วยมือเปล่าเด็ดขาด
ใช้กล่องหรือกระป๋องกาแฟ: เมื่อค้างคาวบินลงเกาะ ให้ใช้ภาชนะครอบไว้ แล้วสอดแผ่นกระดาษแข็งด้านใต้เพื่อดักสัตว์ไว้ จากนั้นปิดเทปให้แน่นและเจาะรูระบายอากาศ
ติดต่อหน่วยงานควบคุมสัตว์หรือสาธารณสุขท้องถิ่น: เพื่อประสานงานการส่งตรวจและดูลักษณะความจำเป็นในการรักษา
รักษาความสมบูรณ์ของค้างคาว: ห้ามปล่อยไป และพยายามอย่าให้ส่วนหัวของมันเสียหาย เพราะต้องใช้ส่วนหัวในการตรวจเชื้อ และห้ามย้ายที่อยู่หรือเลี้ยงค้างคาวที่มีชีวิตไว้เด็ดขาด
ควรไปห้องฉุกเฉิน (ER) หรือไม่หากโดนค้างคาวสัมผัสตัว?
เป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีหลังจากสัมผัสทางกายภาพกับค้างคาว แนะนำให้ติดต่อหน่วยงานสาธารณสุขและไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและอิมมูโนโกลบูลิน (Rabies Immunoglobulin) ซึ่งเป็นยาสกัดจากเลือดมนุษย์ที่มอบแอนติบอดีระยะสั้นเพื่อช่วยสะกดไวรัส
การไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลดีกว่าการไปคลินิกทั่วไป เนื่องจากห้องฉุกเฉินมักจะมีเวชภัณฑ์ตัวนี้พร้อมมากกว่า ไม่ใช่สถานพยาบาลทุกแห่งจะมีอิมมูโนโกลบูลิน ดังนั้นการโทรสอบถามก่อน หรือติดต่อหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ให้ช่วยส่งตัวไปโรงพยาบาลที่มีสำรองยาไว้ จะช่วยให้ได้รับรักษารวดเร็วยิ่งขึ้น
แพทย์จะทำการประเมินความเสี่ยงโดยสอบถามประวัติการสัมผัสโดยละเอียด ตรวจสอบบาดแผล ทำความสะอาดแผล และอาจประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมด้วย
การฉีดวัคซีนป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ (PEP) ควรเริ่มให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ดีที่สุดคือภายในวันที่เกิดเหตุ แม้ว่าจะล่าช้าไปบ้างก็ยังคงต้องรับการฉีด
โรคพิษสุนัขบ้าอันตรายถึงชีวิตเมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม กระบวนการตั้งแต่การสัมผัสเชื้อ การติดเชื้อในเนื้อเยื่อ จนถึงการแพร่กระจายไปยังระบบประสาทศูนย์กลางใช้เวลาหลายวัน (อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ขึ้นไป) การสัมผัสค้างคาวจึงถือเป็น ภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ (Medical Urgency) ที่ต้องรีบไปจัดการทันที
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเจ็บมากไหม?
คุณอาจเคยได้ยินมาว่าการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าต้องฉีดที่หน้าท้องอย่างเจ็บปวด แต่นั่นเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว ความคิดนั้นเป็นเรื่องเล่าที่ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว การฉีดวัคซีนในปัจจุบันเป็นการฉีดที่ต้นแขนตามปกติ เหมือนกับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
การรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามักฉีดเป็นเข็มต่อเนื่องที่ต้นแขน ขึ้นอยู่กับว่าคุณเคยได้รับวัคซีนมาก่อนหรือไม่ ปริมาณอาจมีตั้งแต่ 2 ถึง 4 เข็ม นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาให้อิมมูโนโกลบูลินเฉพาะจุด ขึ้นอยู่กับประวัติสุขภาพ ประวัติการรับวัคซีน และรายละเอียดการสัมผัสเชื้อ
วิธีป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับค้างคาว
คุณสามารถลดโอกาสในการสัมผัสค้างคาวที่มีความเสี่ยงสูงได้ดังนี้:
ปิดช่องทางเข้าบ้าน: ปิดผนึกจุดที่สัตว์อาจเล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย เช่น ช่องลม ปล่องไฟ หรือหน้าต่าง
อย่าจับค้างคาว: ห้ามสัมผัสหรือจับค้างคาวด้วยมือเปล่าโดยเด็ดขาด
พาพัฒนาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีน: การพาพาเกอร์สัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำ จะช่วยสร้างเกราะป้องกันระหว่างสัตว์ป่าและคนในบ้าน
[img]https://img.magnific.com/free-psd/menacing-bat-flight-dark-wings-spread-wide-night-creature-halloween-symbol-spooky-predator_191095-90392.jpg?semt=ais_hybrid&w=740&q=80[/img] |
IP Logged
|