|
|
หัวข้อกระทู้ :บ้านในเมืองร้อนควรออกแบบอย่างไร เมื่อแดดไม่ได้ส่องเข้าบ้านแค่ทางหน้าต่าง?
บ้านในเมืองร้อนควรออกแบบอย่างไร เมื่อแดดไม่ได้ส่องเข้าบ้านแค่ทางหน้าต่าง?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าความร้อนที่สะสมอยู่เต็มบ้านเกิดจากแสงแดดที่ส่องทะลุผ่านช่องกระจกหรือหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้ว ผนังบ้านและหลังคาคือจุดปะทะแสงแดดขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งรับรังสีความร้อนตลอดทั้งวัน ความร้อนจะค่อยๆ ซึมผ่านวัสดุเข้าสู่โครงสร้าง แล้วค่อยแผ่รังสีอบอ้าวออกมาในพื้นที่ใช้อย่างต่อเนื่องช่วงเย็น การแก้ปัญหาบ้านร้อนในประเทศภูมิอากาศร้อนชื้นจึงต้องมองภาพกว้างกว่าแค่การติดผ้าม่านกัน UV แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การวางทิศทางอาคาร การเลือกใช้วัสดุ และการออกแบบ ผนังคอนกรีต ให้มีกลไกหน่วงความร้อนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อหยุดยั้งไม่ให้บ้านกลายเป็นเตาอบโดยไม่รู้ตัว!
ทำความเข้าใจทิศทางแสงแดด และจุดปะทะความร้อนหลักของอาคาร
ประเทศไทยรับรังสีดวงอาทิตย์จากทิศตะวันตกและทิศใต้เป็นหลักถึงแปดเดือนในหนึ่งปี พื้นที่ผิวอาคารฝั่งดังกล่าวจึงต้องรับภาระหนักหน่วงที่สุด ความผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการสร้างบ้านคือการเลือกใช้วัสดุภายนอกที่สะสมความร้อนสูง โดยไม่ได้ออกแบบช่องระบายอากาศหรือมีฉนวนกั้นกลาง
• ตะวันตกและใต้: ควรวางเป็นพื้นที่บริการ เช่น ห้องน้ำ ห้องเก็บของ หรือลานซักล้าง เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นกันชนความร้อนตามธรรมชาติก่อนเข้าสู่ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
• ตะวันออก: รับแสงแดดอ่อนช่วงเช้า เหมาะสำหรับห้องนอนและมุมจิบกาแฟเพราะความร้อนสะสมน้อยกว่า
• เหนือ: เป็นทิศที่รับแสงสว่างธรรมชาติแต่ไม่ปะทะความร้อนโดยตรง เหมาะกับการเจาะช่องแสงขนาดใหญ่
นวัตกรรมวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างยุคใหม่เพื่อรับมือความร้อน
เมื่อผนังอาคารต้องเผชิญหน้ากับรังสีความร้อนโดยตรง การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนป้องกันความร้อนจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบันวงการก่อสร้างและออกแบบบ้านได้พัฒนาโซลูชันหลากรูปแบบเพื่อตอบโจทย์เรื่องความเย็นและดีไซน์อันทันสมัย
• การออกแบบผนังสองชั้น (Double Wall): การเว้นช่องว่างอากาศตรงกลางระหว่างผนังสองชั้นจะช่วยหยุดยั้งการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ภายในอาคารได้อย่างยอดเยี่ยม
• การใช้อิฐมวลเบาหรือคอนกรีตมวลเบา: ช่วยลดการสะสมความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญดั้งเดิมหลายเท่าเนื่องจากมีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่ภายใน
• การติดตั้งแผงระแนงกันแดด (Facade): ช่วยกรองแสงก่อนปะทะเปลือกอาคาร พร้อมสร้างมิติความสวยงามและเพิ่มความเป็นส่วนตัวไปในตัว
• ฉนวนกันความร้อนชนิดพ่นหรือแผ่น: นำมาติดตั้งบริเวณใต้หลังคาและภายในช่องว่างผนังเพื่อบล็อกรังสีความร้อนไม่ให้ผ่านเข้ามาได้ง่าย
บริการที่ครอบคลุมของธุรกิจผู้รับเหมาและสถาปนิกในปัจจุบันครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมประหยัดพลังงาน การคำนวณทิศทางลมแดดด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบริการเทหล่อและติดตั้ง ผนังคอนกรีต สำเร็จรูปคุณภาพสูงพร้อมหล่อฉนวนกันความร้อนในตัว เพื่อตอบโจทย์งานสร้างบ้านที่แข็งแรง ป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเสร็จไวทันใจ
เทคนิคสร้างสภาวะน่าอยู่ด้วยธรรมชาติ และการระบายอากาศแบบ Passive Cooling
นอกจากการกันความร้อนไม่ให้เข้าบ้านแล้ว การดึงลมธรรมชาติเข้ามาถ่ายเทอากาศร้อนออกไปก็สำคัญไม่แพ้กัน บ้านเมืองร้อนที่ดีต้องมีช่องลมเข้าและช่องลมออกในทิศทางที่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างแรงดันอากาศให้เกิดการหมุนเวียนตลอดเวลา
การปลูกไม้ยืนต้นให้ร่มเงาในทิศตะวันตกและทิศใต้เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่ทรงพลัง ใบไม้ช่วยกรองความร้อนรุนแรงลงได้มากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ พร้อมลดอุณหภูมิรอบบ้านด้วยกระบวนการคายน้ำของพืช การจัดวางบ่อน้ำหรือน้ำพุไว้ในทิศทางที่ลมพัดผ่านจะช่วยนำพาไอเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน
ปรับโครงสร้างให้บ้านเย็นอย่างลงตัวเพื่อความสบายในระยะยาว
การรับมือกับความร้อนไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเร่งไฟเครื่องปรับอากาศให้เย็นจัด แต่คือการเข้าเข้าใจธรรมชาติของแสงแดดและเลือกใช้วัสดุโครงสร้างที่เหมาะสม หากมีการวางแผนสถาปัตยกรรมที่ถูกต้อง ผสานกับการเลือกใช้บริการช่างผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง ผนังคอนกรีต ที่มีการปูฉนวนกันความร้อนอย่างถูกวิธี บ้านของคุณจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนที่เย็นสบาย ปราศจากความอบอ้าวสะสม และพร้อมมอบสุขภาวะที่ดีให้กับทุกคนในครอบครัวได้อย่างยาวนาน
|
IP Logged
|